เที่ยว พัทลุง เพื่อการพักผ่อน

เที่ยว พัทลุง 

เที่ยว พัทลุง 

เที่ยว พัทลุง เพื่อการพักผ่อน – เที่ยวพัทลุง ไปไหนดี? เป็นคำถามที่หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าจังหวัดบ้านใกล้เรือนเคียงของเรานี้ มีอะไรน่าเที่ยวบ้างน้า..ทางเราจะพาทุกคนไปที่เที่ยวพัทลุง 1 วันเต็ม กับสถานที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ไปตามแพลนเราได้เลย

บ้านขนมลุง สาขาปั้ม ปตท. บางแก้ว ออกมาได้สักพัก ก็มาถึง Station 1 บ้านขนมลุง สาขาปั้ม ปตท.บางแก้ว แวะเติมน้ำมัน พักเข้าห้องน้ำ ซื้อขนมของกิน เครื่องดื่ม ตุนกันไว้ก่อน วันนี้เราเดินทางกันไกล ออกกันแต่เช้า ร้านบ้านขนมลุง ตั้งอยู่ในปั๊ม ปตท. สาขาบางแก้ว จังหวัดพัทลุง แวะมาหาอะไรรองท้องกันก่อน มีกะหรี่ปั๊บ ร้อน ๆ และขนม ของฝาก มากมาย ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 07.30 – 18.30 น. ค่ะ

ทะเลน้อย ขอตรงดิ่งเข้ามาที่ อ.ควนขนุนกันก่อนเลย ไปที่สถานที่ท่องเที่ยวพัทลุง Station 2 ทะเลน้อย ล่องเรือชม “ทะเลบัวแดง”  ซึ่งในช่วงเช้าดอกบัวจะออกดอกสีแดงสดบานสะพรั่งเต็มท้องน้ำ สร้างสีสันสวยงามให้ทะเลน้อยค่ะ ดอกบัวจะบานเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น แนะนำว่าใครอยากเก็บภาพสวย ๆ แบบเต็มท้องน้ำ ต้องมาถึงทะเลน้อยก่อน 7 โมงเช้าเลยค่ะ พอเข้าช่วงสาย ๆ ก็จะหุบ ๆ หน่อยน้า หน้าท่องเที่ยวแนะนำช่วงเดือน ก.พ. – เม.ย. ช่วงนี้เลยค่ะ กำลังสวย ไปเที่ยวกันได้ ล่องเรือชมดอกบัวแดง นกน้ำมากมาย มาจนสุดทางถีงสะพานเอกชัยค่ะ สะพานที่ทอดยาว หนึ่งในสถานที่ที่เหมาะแก่การชมวิวเมืองลุง และไฮไลท์แห่งท้องทะเลน้อยอย่าง น้องควายน้ำ นี่เอง ใครไม่อยากล่องเรือ ก็ขับรถไปบนสะพานเอกชัยก็ได้นะ แต่ถ้าอยากถ่ายรูปใกล้ชิดแบบนี้ แนะนำล่องเรือเลยจ้า ไม่มาดูควายน้ำ ถือว่ามาไม่ถึงพัทลุงเลยนะคะ ซึ่งการล่องเรือชมควายน้ำนั้น จะขึ้นอยู่กับจังหวะฤดู โดยในช่วงน้ำหลากประมาณเดือน ธ.ค.-ก.พ. จะสามารถพบเห็นควายออกหากินในน้ำ หรือว่ายน้ำกันได้เป็นจำนวนมากกว่าช่วงน้ำน้อยค่ะ

นาโปแก ขับรถออกมาจากทะเลน้อยไม่ไกลค่ะ ก็จะมาเจอกับที่เที่ยวพัทลุง Station 3 นาโปแก สถานที่ท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากจะมาเที่ยวชม ถ่ายรูปกับท้องนาสวย ๆ และสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวพัทลุงกัน  ตอนนี้นาโปแกพัทลุงถือว่าเป็น สถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนเชิงอนุรักษ์ แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดพัทลุงก็ว่าได้ค่ะ มีแหล่งเรียนรู้การทำนา ปลูกข้าว เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสัมผัสกับวิถีชีวิตดั้งเดิม และกลิ่นอายของธรรมชาติของคนพัทลุงแท้ ๆ เที่ยงแล้วก็ขอแวะกินน้ำกินขนมกันสักหน่อย ที่ร้านอาหารนาโปแก มีทั้งอาหารตามสั่ง ขนมจีน เครื่องดื่มต่าง ๆ รวมถึงน้ำผลไม้ปั่นด้วยค่ะ มีขนมปำจี ไส้มะพร้าว กรอบนอกนุ่มใน ทำขายกันร้อน ๆ ชอบมากเลย กล่องละ 20 บาท มี 3 ชิ้น

มาถึงที่เที่ยวพัทลุง Station 4 ตลาดใต้โหนด เป็นตลาดท้องถิ่น ตั้งอยู่ที่อำเภอควนขนุนนี่เอง ขับรถมาจากนาโปแกพัทลุง ใกล้ ๆ เลย ซึ่งตลาดแห่งนี้เป็นที่รวมตัวกันของคนท้องถิ่นที่นำเอาผลิตผลท้องถิ่น และอาหารการกิน มาค้าขายกัน สถานที่ท่องเที่ยวพัทลุง ตลาดใต้โหนด มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาท่องเที่ยวในตลาดแห่งนี้ มีอาหารพื้นเมืองภาคใต้ ทั้งคาวหวานให้เลือกทาน ใครมาพัทลุงแล้วอย่าลืมแวะไปเดินเล่น หาของกินกันนะคะ

Station 5 เขาอกทะลุ สัญลักษณ์ของจังหวัดพัทลุงค่ะ มีลักษณะเป็นเขาสูงมองเห็นได้ชัดเจน จุดเด่นของเขาลูกนี้คือบริเวณเกือบปลาย ๆ ของยอดเขาจะมีโพรงถ้ำทะลุออกไปยังอีกด้านหนึ่ง จึงเรียกเขาลูกนี้ว่า เขาอกทะลุนี่เองค่ะ แวะไปถ่ายรูปชิค ๆ ชิลล์ ๆ กัน ได้ภาพสวยมาก ทั้งวิวเขาอกทะลุ และท้องนาผืนเขียวขจี

เที่ยว สมุทรสาคร ไปกลับได้สบายๆ

เที่ยว สมุทรสาคร

เที่ยว สมุทรสาคร 

เที่ยว สมุทรสาคร ไปกลับได้สบายๆ – ที่เที่ยวสุมทรสาคร คงนึกไม่ออกกันแน่ นอกจากวัดท่าไม้ ที่เราคุ้นตาจากสติ๊กเกอร์ท้ายรถ และตลาดมหาชัย ที่มีอาหารทะเลสดๆ ขายทั้งปลีกและส่ง ก็ไม่รู้ต้องไปที่ไหนอีก ความจริงแล้วจังหวัดนี้ไม่ควรถูกลืมหรือถูกมองข้ามไป ด้วยมีสถานท่องเที่ยวหลากหลาย บรรยากาศดีๆ จากป่าชายเลน และลมเย็นๆ ริมชายฝั่ง แถมยังมีซีฟู้ดอร่อยๆ อย่ารอช้า ตามเราไปดูเลยดีกว่าจ้า ว่าสมุทรสาครมีที่ไหนน่าไปบ้าง

วัดโกรกกราก เริ่มต้นทริปนี้ด้วยการพาไปทำบุญไหว้พระที่วัดโกรกกรากค่ะ ความแปลกที่ไม่เหมือนใครของวัดแห่งนี้ คือหลวงพ่อปู่วัดโกรกกราก ซึ่งเป็นพระประธานในโบสถ์ จะสวมแว่นตาดำไว้ตลอดเวลาค่ะ เพราะอะไรน่ะหรือ มีเรื่องเล่าว่า สมัยก่อนได้เกิดโรคตาแดงระบาดทั่วหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงพากันบนบานต่อหน้าพระองค์นี้ว่า หากหายจากอาการตาแดง จะนำแผ่นทองมาปิดที่ดวงตาของท่าน ปรากฏว่าชาวบ้านเกือบทั้งหมดหายจากโรคตาแดงจริงๆ เลยแห่กันนำแผ่นทองมาปิดจนเต็มดวงตาขององค์พระ ภายหลังเจ้าอาวาสวัดในขณะนั้นต้องใช้กลอุบายด้วยการสวมแว่นตาดำให้องค์พระแทน ทำให้ชาวบ้านเปลี่ยนมาถวายแว่นตาดำนับตั้งแต่นั้น

วัดศาลพันท้ายนรสิงห์  อีกหนึ่งวัดที่เราอยากแนะนำ วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ อยู่ติดกับศาลพันท้ายนรสิงห์ ปูชนียสถานที่สำคัญภายในวัดคือ พระเจดีย์จุฬามณี  ซึ่งเหมือนกับที่วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ที่ชั้น 2 มีพระวิสุทธิเทพประดับด้วยกระจกประทับทั้งองค์นั่งห้อยพระบาทอยู่บนแท่น  ส่วนด้านในพระอุโบสถ โดดเด่นด้วยแนวกำแพงแก้ว ที่สร้างเป็นวิหารเปิด 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นที่ประดิษฐานพระประธาน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐม และชั้นสองประดิษฐานพระชำระหนี้สงฆ์ 28 องค์ เรียงรายตลอดแนวกำแพง

ศาลพันท้ายนรสิงห์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แสดงถึงความซื่อสัตย์จงรักภักดีแก่พันท้ายนรสิงห์ ภายในศาลมีรูปปั้นของพันท้ายนรสิงห์ขนาดเท่าคนจริงอยู่ในท่าถือท้ายคัดเรือ ด้านล่างของศาลมีเรือไม้ซึ่งทำจากไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ ผู้คนนิยมมาขอพรให้ประสบความสำเร็จ เมื่อสำเร็จก็แก้บนด้วยการชกมวย หรือนำรูปปั้นไก่ ไม้พายมาถวาย เพราะตามประวัติท่านชอบชกมวยและตีไก่นั่นเองค่ะ

ป่าชายเลนพันท้ายนรสิงห์ บริเวณด้านหลังของศาลพันท้ายนรสิงห์ คือแหล่งเรียนรู้ทรัพยกรธรรมชาติชายฝั่งทะเล และเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน โดยทางเดินเป็นสะพานปูนที่ทอดยาว มีต้นโกงกางขี้นปกคลุมตลอดแนวชายคลอง จุดเด่นอยู่ที่สะพานแขวน ซึ่งสามารถเดินข้ามคลองไปอีกฝั่งหนึ่งได้ เพื่อเดินชมความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลอ่าวไทย

สวนน้ำพันท้ายนรสิงห์ มาคลายร้อนกันต่อที่ สวนน้ำพันท้ายนรสิงห์ เป็นสวนน้ำแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในสมุทรสาคร ภายใต้ธีม Jurassic Water Park จำลองบรรยากาศเหมือนโลกยุคดึกดำบรรพ์ เพราะไม่ได้มีแค่เครื่องเล่นในสวนน้ำเท่านั้น ยังมีไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ ที่ขยับและส่งเสียงได้มากกว่า 70 ตัว แถมด้วยกิจกรรมล่องลำธาร ลอดถ้ำ ชมทิวทัศน์ หรือแอดวานซ์ขึ้นอีกสเต็ป ก็มีซิปไลน์ ให้โลดโผนกันมันส์ทั้งวันไม่มีเบื่อ

หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี เที่ยวแบบเข้าถึงชีวิตชาวบ้านกันบ้าง ที่หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี แหล่งผลิตเครื่องเบญจรงค์ จาน ชาม ถ้วย โถ แจกัน และภาชนะอื่นๆ ด้วยลวดลายอันวิจิตรบรรจง เช่น ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายไม้เลื้อย ลายจักรี ลายประเพณีไทย ฯลฯ แต่ละชิ้นงานแต่งแต้มสีสวยงามต่างกันไป จนได้รับการยอมรับให้เป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ  5 ดาว มาตรฐานสากล ถ้าสนใจก็เข้ามาอุดหนุนกันได้ แล้วที่นี่ยังมีโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยว ที่สนใจอยากเข้าไปเรียนรู้กระบวนการผลิตอย่างลึกซึ้งอีกด้วยค่ะ

เที่ยว ตราด จังหวัดสวยๆ

เที่ยว ตราด 

เที่ยว ตราด 

เที่ยว ตราด จังหวัดสวยๆ – เที่ยวตราดไม่ข้ามเกาะ เมืองตราดไม่ได้มีดีแค่เกาะต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังมีที่เที่ยวตราดสวย ๆ บนฝั่งรอให้ไปสัมผัสอีกเพียบ อยากรู้ว่าที่เที่ยวตราดไม่ข้ามเกาะมีที่ไหนบ้าง มาดูข้อมูลที่นี่ได้เลย จังหวัดตราด เมืองท้ายสุดในดินแดนทางตะวันออกของไทย อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติหลากหลายรูปแบบทั้งทะเลและป่าเขา อีกทั้งยังเป็นเมืองที่เงียบสงบมาก น่าไปเที่ยวพักผ่อนสุด ๆ โดยเฉพาะเกาะต่าง ๆ ที่เหมือนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครมาตราดจะต้องไปเช็คอินให้ได้ แต่อันที่จริงแล้ว เมืองตราดบนฝั่งก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ให้ได้ไปเยี่ยมเยือนอีกเพียบ วันนี้เราจึงได้คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวตราดไม่ข้ามเกาะมาฝากกันค่ะ จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ไปดูกัน

พิพิธภัณฑสถานเมืองตราด ตั้งอยู่บริเวณถนนสันติสุข ใกล้กับศาลากลางจังหวัดตราด และอนุสาวรีย์เสด็จพ่อ ร.5 โดดเด่นด้วยอาคารไม้เก่าแก่ มีลักษณะเป็นเรือนไม้เสาปูน ยกพื้น ใต้ถุนสูง หลังคาทรงปั้นหยา ภายในจัดแสดงถึงประวัติของเมืองตราด เรื่องราวสำคัญต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดตราด พร้อมทั้งวัฒนธรรมประเพณีของคนตราด อีกทั้งยังแนะนำถึงสถานที่ท่องเที่ยวเด่น ๆ ห้ามพลาดของจังหวัดตราด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรก ๆ ที่อยากให้มาเยือนเมื่อมาเที่ยวตราด

พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดตราด ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนตราดให้ความสำคัญมาก เพราะตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้มีการเสด็จประพาสหัวเมืองต่าง ๆ ประมาณ 24 ครั้ง โดยเฉพาะเมืองตราดที่พระองค์เสด็จประพาสมากถึง 12 ครั้งด้วยกัน จึงทำให้ชาวตราดมีความผูกพันกับในหลวง รัชกาลที่ 5 อย่างมาก หากใครวางแผนไปเที่ยวตราดก็อย่าลืมแวะไปที่อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 กันนะคะ

หาดทรายดำ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและยังเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย และเป็น 1 ใน 5 ของโลก โดยชายหาดแห่งนี้มีลักษณะเป็นชายหาดยาวประมาณ 2 กิโลเมตร เนื้อทรายจะเป็นสีดำสนิท ซึ่งเกิดจากการยุบสลายของเศษเหมืองและเปลือกหอย ผสมด้วยแร่ควอตซ์ การเข้าไปเที่ยวชมหาดทรายดำ จะต้องเดินผ่านป่าชายเลนเข้าไประยะทางไป-กลับประมาณ 1 กิโลเมตร ที่บริเวณหาดจะมีที่นั่งให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อนทำสปาเท้าด้วย

บ้านน้ำเชี่ยว ตั้งอยู่ในตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ เป็นชุมชนตัวอย่างที่โดดเด่นในด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ชาวบ้านในหมู่บ้านมีการนับถือศาสนาที่แตกต่างกัน แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข นักท่องเที่ยวจะได้เดินเที่ยวชมวิถีชีวิตสุดเรียบง่าย เยี่ยมชมทั้งมัสยิด วัดเก่าแก่ภายในชุมชน ได้ร่วมกิจกรรมสุดสนุกสนานทั้งการนั่งเรือชมป่าชายเลนและปากอ่าว การทำเครื่องจักสานท้องถิ่นอย่างหมวกงอบ พร้อมทั้งกินอาหารพื้นเมืองสุดฟิน และมีโฮมสเตย์ไว้รองรับนักท่องเที่ยว

จุดชมวิวแหลมงอบ เป็นท่าเรือเก่าแก่ของตราด ไม่ว่าใครจะไปเที่ยวเกาะช้างก็ต้องมาต่อเรือที่จุดนี้ แต่ปัจจุบันได้ยกเลิกใช้แล้ว แต่ก็ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามและน่ามาเช็คอิน มีประภาคารสูงสัญลักษณ์สำคัญตั้งอย่างโดดเด่น และป้ายสุดแผ่นดินตะวันออกให้ได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ที่สำคัญจุดนี้ยังเป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของทางฝั่งตะวันออกเลยทีเดียว

อ่าวตาลคู่ ตั้งอยู่บริเวณตำบลบางปิด อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด มีลักษณะเป็นชายหาดยาว บรรยากาศเงียบสงบ มีทิวต้นมะพร้าวให้ความร่มรื่นตลอดแนวชายหาด เหมาะสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อนและเล่นน้ำกันเป็นครอบครัว หรือจะมาชมวิวพระอาทิตย์ตกดินก็สวยโรแมนติกไม่แพ้จุดอื่น ๆ ในจังหวัดตราดเลยค่ะ

เที่ยว ตุรกี ดินแดนมหัศจรรย์

เที่ยว ตุรกี

เที่ยว ตุรกี 

เที่ยว ตุรกี ดินแดนมหัศจรรย์ – อีกหนึ่งประเทศน่าสนใจ สวยงามด้วยมรดกโลกและสิ่งมหัศจรรย์ของโลกมากมายที่ชวนให้ไปสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต จะเป็นที่ไหนไม่ได้เลยค่ะนอกจาก “ตุรกี” ดินแดนแห่งอารยธรรมโบราณ อุดมไปด้วยตำนานและประวัติศาสตร์ที่น่าหลงใหล รวมถึงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพงดงามเกินคำบรรยาย ผู้คนเป็นมิตร และอาหารการกินที่แสนอร่อย ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะว่าตุรกีก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน สำหรับใครที่กำลังอยากเดินทางไป ทัวร์ตุรกี มีที่เที่ยวน่าสนใจควรค่าแก่การไปสัมผัสขนาดไหน หรือ เที่ยวตุรกีช่วงไหนดี ไปทำความรู้จักทุกซอกทุกมุมของประเทศตุรกีกัน ตุรกี ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนสองทวีป เนื่องจากตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย โดยพื้นที่ร้อยละ 97 ของประเทศครอบคลุมบริเวณส่วนใหญ่ของคาบสมุทรอานาโตเลียในฝั่งเอเชียตะวันตก ส่วนพื้นที่ที่เหลือนั้นอยู่ในดินแดนที่เรียกว่า เธรซ ตั้งอยู่ในฝั่งยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเมืองที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางเชื่อมประเทศตุรกีทั้งสองฝั่งไว้ด้วยกันก็คือ อิสตันบูล มหานครสองทวีป อดีตเมืองหลวงของตุรกีนั่นเองค่ะ

Hagia Sophia, Istanbul มากันที่แรกกับสถานที่เที่ยวตุรกี ไฮไลท์ที่ใครก็ต้องมาเยือนก็คือ มหาวิหารฮาเยียโซเฟีย (Hagia Sophia)หรือ Ayasofya Museum หนึ่งในมรดกโลกเก่าแก่ของประเทศตุรกี ตั้งอยู่ในเมืองอิสตันบูล สถานที่แห่งนี้เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมานานนับพันปี สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าคอนสแตนติอุสที่ 2 ก่อนถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่าหรือมัสยิดในเวลาต่อมา ปัจจุบัน มหาวิหารฮาเยียโซเฟียเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง รวมถึงถูกจัดให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วยค่ะ จุดเด่นก็คือ ยอดโดมขนาดมหึมากลางวิหาร และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นความงดงามที่ควรมาเยี่ยมชมสักครั้งเมื่อมาเที่ยวตุรกีค่ะ

Midyat, Mardin มิดยาท (Midyat) เป็นเมืองในแคว้นมาร์ดินทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดบนพื้นที่เมโสโปเตเมียตอนบน และเป็นศูนย์กลางของชาวฮูร์เรียมาหลายศตวรรษ จุดเด่นของเมืองนี้คือบรรยากาศในยุคเก่าๆ รายล้อมด้วยโบสถ์และอาคารต่างๆ ที่สร้างขึ้นด้วยการก่ออิฐตามสถาปัตยกรรมแบบโบราณ ตั้งเรียงรายไล่ระดับกันบนภูเขา พร้อมทั้งมีทางเดินเล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เดินเข้าไปสัมผัสความสวยงามของเมืองได้อย่างใกล้ชิด

ปามุกกาเล (Pamukkale) ตามความหมายในภาษาตุรกีแปลว่า “ปราสาทปุยฝ้าย” (Cotton Castle)สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งในประเทศตุรกีที่หลายๆ คนรู้จักกันดี ลักษณะเป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่อุดมไปด้วยแร่หินปูน อุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ไหลรินลงมาจากภูเขา เอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับเมืองโบราณ Hierapolis ในปี ค.ศ.1988

คัปปาโดเกีย (Cappadocia) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของอานาโตเลียในบริเวณตอนกลางของประเทศตุรกี เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ในการ ทัวร์ตุรกี สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใฝ่ฝันถึงการชมทัศนียภาพบนบอลลูนที่ไม่เหมือนที่ไหน นอกจากบอลลูนทัวร์ที่โด่งดังแล้ว เมืองคัปปาโดเกียยังเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่สำคัญ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ทอดยาวจากตุรกีไปจนประเทศจีน เป็นพื้นที่พิเศษที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จนเกิดเป็นภูมิประเทศที่น่าพิศวง เต็มไปด้วยหินรูปทรงแปลกตามากมาย ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็สวยงามจริงๆ ค่ะ

เที่ยว อัมพวา ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ

เที่ยว อัมพวา

เที่ยว อัมพวา

เที่ยว อัมพวา ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ – อยากเที่ยว 1 วัน ใกล้กรุงแบบครบเครื่อง ชื่อของ อัมพวา สมุทรสงคราม ยังคงวนเวียนเข้ามาอยู่ในความคิดตลอด ถึงแม้ มีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ใกล้กรุงเพิ่มขึ้นมาอีกมากมาย จนหลายคนอาจหลงลืมและเอาใจออกห่างจาก อัมพวา ไปกันบ้าง  แต่เชื่อมั้ยว่า มาเที่ยวทีไรก็ยังคงสนุกสนานและอิ่มท้อง อิ่มบุญ ได้ของฝากดีๆ กลับบ้านไปทุกที  ที่นี่ยังคงครบเครื่องทุกเรื่องเที่ยว กินเสมอ  แถมมีจุดเช็คอินใหม่หลายจุด  มาค่ะเรามาอัพเดทภาพของอัมพวากันสักหน่อยค่ะ

ตลาดน้ำอัมพวา แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงอัมพวาสิ่งแรกที่หลาย ๆ คนจะต้องนึกถึงนั่นก็คือตลาดน้ำอัมพวานั่นเอง ที่นี่เป็นตลาดที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย เป็นตลาดน้ำที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตของชาวอัมพวาไว้ได้อย่างมั่นคง มีของกินของใช้ให้เลือกซื้อมากมาย และที่สำคัญมีราคาที่ถูกมาก เรียกได้ว่าเดินเล่นรอบตลาดน้ำอัมพวาก็อิ่มได้ในราคาไม่ถึง 100 บาท

วัดบางกุ้ง เป็นวัดสำคัญทางประวัติตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยแต่ก่อนบริเวณวัดแห่งนี้ใช้เป็นที่ตั้งค่ายกองทัพเรือ ชาวบ้านจึงมักเรียกที่นี่ว่า ค่ายบางกุ้งนั่นเอง ความพิเศษของวัดแห่งนี้นอกจากประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายร้อยปีแล้วยังมีโบสถ์ปรกโพธิ์ที่ถือเป็นแลนด์มาร์คของวัดแห่งนี้ โดยเป็นโบสถ์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ล้อมรอบไว้อย่างน่าอัศจรรย์

อาสนวิหารแม่พระบังเกิด เป็นโบสถ์คริสต์ที่มีอายุกว่า 100 ปี ชาวบ้านมักเรียกกันว่าโบสถ์บางนกแขวก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ โกทิค ที่วิจิตรตรกะการตา เป็นสถานที่ถ่ายภาพยอดนิยมของคนที่ได้มาเที่ยวอัมพวา

ลำพวา อัมพวา รีสอร์ท ในทริปนี้เราได้มาพักที่ ลำพวารีสอร์ท รีสอร์ทแห่งนี้ถูกตกแต่งผสมผสานระหว่างบรรยากาศของโฮมสเตย์ริมน้ำและความสะดวกสบายของโรงแรมชั้นนำ ตั้งอยู่ริมคลองอัมพวา บริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยสวนดอกไม้และต้นไม้นานาพันธุ์ ที่สำคัญรีสอร์ตแห่งนี้ยังใช้แผงพลังงานโซลาร์เซลล์ในการผลิตไฟฟ้าใช้ในรีสอร์ทอีกด้วย

วัดบางแคใหญ่ เป็นวัดโบราณ สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 2 ตั้งอยู่ริมคลองอัมพวา เป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้านในระแวกนั้น มีสถาปัตยกรรมไทยสมัยโบราณมากมายอยู่ภายในวัด ทั้งเจดีย์ พระประธาน และโบสถ์ ที่ล้วนเป็นศิลปะอันงดงามตามแบบไทย ๆ

ตลาดร่มหุบ มาจังหวัดสมุทรสงครามทั้งทีจะไม่แวะมาชมตลาดนี้เลยก็คงไม่ได้ กับตลาดร่มหุบที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของจังหวัดสมุทรสงครามเลยทีเดียว ที่นี่ถือเป็นที่เที่ยวชื่อดังระดับโลกที่ชาวต่างชาติยังต้องมาเห็นด้วยตาตนเอง กับการค้าขายสินค้าบนทางรถไฟที่ต้องคอยหุบร่มเพื่อหลีกทางเวลารถไฟมา ถือเป็นอันซีนประเทศไทยจริง ๆ

ล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวอัมพวา อย่างที่เรารู้กันว่าชาวอัมพวานั้น ใช้ชีวิตโดยพึ่งพาอาศัยน้ำเป็นหลัก ทั้งการเดินทางโดยสารและการหาเลี้ยงชีพตนเอง ซึ่งการเดินทางโดยสารทางเรือนั้น นักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนอาจจะไม่เคยได้รับรู้ประสบการณ์นี้ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดหากได้มาอัมพวา ควรจะมาล่องเรือชมวิถีชีวิตริมฝั่งคลองอัมพวา แล้วคุณจะรู้ว่าที่นี่เวลายังเดินช้ากว่ากรุงเทพเสมอ

วัดจุฬามณี วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองขอชาวอัมพวา มีอุโบสถจตุรมุขหินอ่อน เป็นสถานที่สำคัญภายในวัดภายในประดิษฐานพระประธานบนฐานสูง ประดับประดาด้วยโคมไฟ บานหน้าต่างด้านนอกลงรัก ฝังมุก เป็นภาพตราพระราชลัญจกร ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีงานจิตรกรรมฝาพนังที่สวยงามวิจิตรตระการตา

เที่ยว หนองคาย ใกล้ประเทศเพื่อนบ้าน

เที่ยว หนองคาย

เที่ยว หนองคาย 

เที่ยว หนองคาย ใกล้ประเทศเพื่อนบ้าน – “จังหวัดหนองคาย” นอกจากจะเป็นเมืองทางผ่านไปประเทศเพื่อนบ้านแล้ว หนองคายยังเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีมนต์เสนห์แอบซ่อนอยู่อีกเมืองที่มีสถานที่น่าสนใจมากมาย แต่ไปจะไปไหนกันบ้าง เราขอแนะนำที่เที่ยวหนองคาย มนต์เสน่ห์ริมแม่น้ำโขง ให้เพื่อน ๆ ตามไปปักหมุดกัน เมื่อมาถึงชายแดนสุดเขตแดนอีสานทั้งที ก็ต้องตามไปปักหมุดตามที่เที่ยวหนองคายให้ครบนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวหาว่ามาไม่ถึง

วัดผาตากเสื้อ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย จุดเด่นของวัดเห็นจะเป็น Sky walk หรือทางเดินแบบกระจกใสแจ๋วที่ยื่นออกไปทางด้านหน้าผาแบบทรงครึ่งวงรี ทำให้คนที่อยากเห็นความสวยงามจากวิวหน้าผาแบบ 360 องศาจะได้สัมผัสกันแบบดังใจ ส่วนใครที่กล้า ๆ กลัว ๆ ก็ไม่ต้องห่วงที่นี่เขาจำกัดคนขึ้นเดินต่อรอบ และจะต้องเปลี่ยนรองเท้าที่จัดเตรียมไว้เท่านั้นเพื่อรักษาความสะอาดและความใสแจ๋วของกระจกนั่นเอง เป็นที่เที่ยวหนองคาย ที่อยากจะแนะนำให้ทุกท่านมาสัมผัสกับวิวสวยงาม 360 องศากันนะคะ

วัดโพธิ์ชัย เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปสามพี่น้อง พระสุก พระเสริมและพระใส จากเวียงจันทน์ ปัจจุบันจึงเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชาวหนองคายจนถึงปัจจุบันนี้ คนทั้งจากหนองคาย และจังหวัดข้างเคียงเดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อพระใสไม่ขาดสาย เป็นที่เที่ยวหนองคายที่คนจะเยอะตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงวันหยุด

พิพิธภัณฑ์จังหวัดหนองคาย แหล่งเรียนรู้และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดหนองคาย มีทั้งที่มาที่ไป ประวัติความเป็นมา การใช้ชีวิตตั้งแต่อดีตและการพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่เก็บหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น รูปถ่าย เครื่องมือเครื่องใช้ในอดีต ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นที่เที่ยวหนองคาย ที่เรามาเรียนรู้อดีตจากที่นี่กันได้ น่าสนใจมาก ๆ

น้ำตกธารทองเป็นที่เที่ยวหนองคาย ที่มีน้ำตกขนาดเล็ก เหมาะแก่การไปเล่นน้ำพักผ่อน มีลานหินและร่มไม้เยอะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบเดิม ๆ แต่คงความเป็นธรรมชาติไว้อย่างมาก มีร้านขายอาหาร ขายของพื้นบ้าน ใกล้น้ำตก อยู่ตรงสามแยกเข้าวัดผาตากเสื้อ น้ำตกนี้ไหลลงสู่แม่น้ำโขง มีพื้นที่บางส่วนสามารถกางเต็นท์ได้และมีห้องน้ำบริการ

น้ำตกธารทิพย์ ที่เที่ยวหนองคาย น้ำตกธารทิพย์ เป็นน้ำตกที่สูงและสวยงามท่ามกลางป่าเขียวขจี แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ด้านล่างเป็นน้ำตกชั้นแรกสูงประมาณ 30 เมตร ไหลจากหน้าผาเป็นสายยาวสีขาวสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ชั้นที่ 2 สูงประมาณ 100 เมตร ต้องปีนขึ้นไปตามเส้นทางที่ทำไว้ และชั้นที่ 3 สูงประมาณ 70 เมตร มีน้ำไหลอยู่ตลอดปี และจะมีน้ำมากในฤดูฝน

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย เป็นที่เที่ยวหนองคาย ที่ราคาบัตรค่าเข้าไม่แพง เหมาะกับขนาดของพิพิธภัณฑ์ สถานที่สะอาดสวยงาม ตกแต่งได้น่าสนใจ มีปลาขนาดใหญ่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจ อุโมงค์ปลาสั้น ๆ แต่สวยงาม น้ำสะอาดใส มีนักประดาน้ำให้อาหารปลาตั้งแต่ช่วงเวลา 11.00 น. เป็นต้นไป เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ถ่ายภาพอย่างน่ารัก

ที่เที่ยวหนองคายชื่อดัง “ตลาดท่าเสด็จ” หากคุณคือนักช็อปบอกเลยห้ามพลาด ที่นี่คือสถานที่ของนักช็อปอย่างแท้จริง เหมาะแก่การพักผ่อนไปกับครอบครัวและเที่ยวกับเพื่อน ๆ มีของให้เลือกซื้อมากมาย สินค้าแต่ละอย่างอยากให้ดูดี ๆ ก่อนเลือกซื้อ เพราะว่ามีทั้งสินค้าที่ดีและไม่ดี แนะนำว่าควรตรวจสอบก่อนจ่ายเงิน

สะพานมิตรภาพไทยลาว ที่เที่ยวหนองคายที่ถือเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัดเลยค่ะ เชื่อมต่ออำเภอเมือง จังหวัดหนองคายเข้ากับกรุงเวียงจันทน์ประเทศลาว มีความยาวกว่า 1,174 เมตร คนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวหนองคาย ก็มักจะมีรูปกับสะพานมิตรภาพไทยลาวกลับไปแน่นอนค่ะ

เที่ยว ฮอกไกโด ต้องไปให้ได้ก่อนตาย

เที่ยว ฮอกไกโด

เที่ยว ฮอกไกโด

เที่ยว ฮอกไกโด ต้องไปให้ได้ก่อนตาย – จะเดินทางไปท่องเที่ยวฮอกไกโด(Hokkaido)ทั้งที แต่วางแผนไว้แค่มาทานอาหารทะเล และบุฟเฟ่ต์ปูอลาสก้า ก็คงจะไม่คุ้มค่าการเดินทางสักเท่าไร เนื่องจากฮอกไกโดไม่ได้มีดีแค่ในเรื่องของอาหารเพียงเท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะฮอกไกโด เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือสุดของญี่ปุ่น จึงมีภูมิประเทศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี รวมไปถึงทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่ควรมาชมให้ได้สักครั้งในชีวิต และถ้าใครอยากทดลองแช่น้ำพุร้อนแบบออนเซ็น ที่ฮอกไกโดก็มีให้บริการเช่นกัน แล้วภูมิภาคนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามไปดูสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของ ฮอกไกโดกันเลยค่ะ

ป้อมโงเรียวกาคุ หรือ ป้อมดาว 5 แฉก ตั้งอยู่ในเมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate) เหตุที่เรียกกันว่าป้อมดาว 5 แฉก ก็เพราะบริเวณป้อม หากมองจากมุมสูงจะมีลักษณะคล้ายกับดาวแบบตะวันตก ป้อมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปีสุดท้ายของยุคเอโดะเพื่อป้องกันการคุกคามของมหาอำนาจตะวันตก บริเวณตรงใจกลางของป้อม คือที่ทำการของผู้สำเร็จราชการที่บริหารเมืองฮอกไกโดในช่วงยุคโชกุน แต่เมื่อไม่ได้ใช้งานแล้ว จึงได้มีการบูรณะอาคารและปรับปรุงทัศนียภาพให้กลายเป็นสวนสาธารณะสำหรับชมดอกซากุระที่จะบานพร้อมกันในช่วงเดือนพฤษภาคม (ฮอกไกโดเป็นเกาะอยู่ด้านบนสุด ทำให้มีดูร้อนช้ากว่าที่อื่น ซากุระก็จะบานช้ากว่าที่อื่นในญี่ปุ่นด้วย) นอกจากนี้ป้อมโงเรียวกาคุ ยังมีหอคอยโงเรียวกาคุที่สูง 90 เมตร สำหรับชมวิวรอบ ๆ ป้อมแบบพาโนรามา โดยหอคอยถูกจัดสร้างขึ้นในปี 2006 ด้านล่างหอคอย มีทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และนิทรรศการเกี่ยวกับการจัดตั้งป้อมแห่งนี้อีกด้วย

จุดชมวิวภูเขาฮาโกดาเตะ ได้รับการจัดอันดับ 1 ใน 3 ให้เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น เมื่อขึ้นมาบนภูเขาฮาโกดาเตะที่มีความสูงถึง 334 เมตร ก็จะได้เห็นวิวในมุมกว้าง ๆ ของชุมชนอาโกดาเตะที่ถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขาและทะเลอย่างสวยงาม จะมาชมกลางวัน แล้วมาชมกลางคืนซ้ำอีกครั้งก็ไม่แปลก เพราะทั้งสองช่วงเวลานี้ จะให้ความสวยงามที่แตกต่างกันไป

ริมคลองโอตารุ (Otaru Canal Area), เมือง Otaru แต่เดิมนั้น เมืองโอตารุ เป็นท่าเรือเล็ก ๆ ที่มีความคึกคักเป็นอย่างมากในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 แต่เมื่อการขนส่งเริ่มมีการพัฒนาและมีความทันสมัยมากกว่าเดิม เมืองท่าแห่งนี้ก็ค่อย ๆ ถูกลดความสำคัญลง เหลือเพียงหมู่บ้านชาวประมงที่ชื่อเฮอร์ริ่งเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ จึงทำให้ทางการได้เข้าไปปรับโฉมให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ด้วยการเปลี่ยนโกดังสำหรับเก็บสินค้าทะเล ให้กลายเป็นร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์เพื่อบอกเล่าความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ รวมถึงมีการติดตั้งโคมไฟแบบโบราณไปตามถนนที่ทอดยาวขนานไปกับคลองโอตารุ ทำให้มีความโรแมนติก มากขึ้นกว่าเดิม

ทุ่งดอกไม้ ฟูราโน่ (Furano Flower Field), เมือง Furano ดอกลาเวนเดอร์(Lavender) นิยมปลูกในภูมิภาคฮอกไกโดมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ทุ่งดอกไม้ขนาดต่างๆ มีอยู่ทั่วเมืองฟูราโน่(Furano) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนให้มาชมความงดงามของทุ่งดอกไม้แห่งนี้ ซึ่งช่วงที่ดอกลาเวนเดอร์บานสะพรั่งเต็มที่ คือช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม แต่ดอกลาเวนเดอร์จะคงบานอยู่ในกลางสิงหาคม นอกจากนี้ยังมีดอกไม้อีกมากมายหลายชนิดในฤดูอื่น เช่น ดอกป๊อปปี้ และดอกลูปิน ในเดือนมิถุนายน ดอกลิลลี่ ในเดือนกรกฎาคม ดอกทานตะวัน ดอกซัลเวีย และคอสมอส ในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน จุดชมดอกลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดคือ ฟาร์มโทมิตะ(Farm Tomita) ซึ่งมีวิวทิวทัศที่สวยงามจากฉากหลังเป็นภูเขาโทกะชิ(Tokachi mountain) ซึ่งเปิดให้เข้าชมฟรีอย่างอิสระ ใกล้ๆกับทุ่งดอกไม้ยังมีร้านกาแฟ ร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์อีกด้วย

เที่ยว รัสเซีย ไปได้ทุกฤดู

เที่ยว รัสเซีย

เที่ยว รัสเซีย 

เที่ยว รัสเซีย ไปได้ทุกฤดู – รัสเซีย เป็นอีกประเทศที่น่าเที่ยวไม่น้อยกว่าที่อื่นๆ ทั้งมีภูมิประเทศที่สวยงาม อากาศดี และมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามค่ะ แล้วถ้าเราอยากไป เที่ยว รัสเซีย เที่ยวเดือนไหน ช่วงเวลาไหน ถึงจะเหมาะกับการไปเที่ยวรัสเซียนั้น มาดูกันตามนี้เลย จะได้แพลนไปไม่สะดุด

ฤดูร้อนถือได้ว่าเป็นช่วง High Season ของการท่องเที่ยวรัสเซียเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม โดยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15 องศา และจะเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงเดือนกรกฎาคมจะเป็นช่วงที่อากาศร้อนที่สุดในปี โดยมีอุณหภูมิประมาณ 25-30 องศา

จัตุรัสแดง เป็นลานที่มีกิจกรรมที่มีผู้คนมาเที่ยวมากที่สุดของกรุงมอสโคว เพราะที่จัตุรัสแดง เราจะได้ชมความงดงามของสถาปัตยกรรมรัสเซีย ด้วยตัวอาคารรอบๆ เป็นสีแดงจึงเรียกว่าจัตุรัสแดง ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และยังใช้ในการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสต่างๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันชาติ วันแรงงาน ฯลฯ บริเวณโดยรอบจัตุรัสแดงยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมาย เช่น พระราชวังเครมลิน วิหารเซนต์บาซิล ห้างสรรพสินค้ากุม อนุสรณ์สถานเลนินซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของประเทศรัสเซีย

ถนนอารบัต  ถนนสายเก่าแก่ของกรุงมอสโคว ในอดีตเคยเป็นที่อยู่ของชนชั้นขุนนาง ศิลปิน ตำรวจ แต่ปัจจุบันถนนอารบัตได้กลายเป็นถนนคนเดินอันสุดแสนจะคึกคัก เพราะเป็นแหล่งรวมศิลปะ ศิลปิน จิตรกร ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ศูนย์วัฒนธรรม โรงละคร เป็นต้น

ตลาด Izmailovsky ที่นี่คือตลาดที่มีชื่อเสียงของกรุงมอสโคว ข้างในจะมีสินค้ามากมายจำหน่าย อาทิ ผลไม้ ของสด ของแห้ง เครื่องดื่ม ตลอดจนเสื้อผ้า ของฝาก เครื่องประดับ เรียกได้ว่าช้อปกันจุใจไปเลยย และใกล้ๆ กันก็มีสวนสาธารณะ Izmailovsky ให้ไปเดินเล่นกันด้วย ไม่แน่ว่าช่วงหน้าร้อนอาจเจอหนุ่มสาวรัสเซียมานอนอาบแดดกันอยู่ก็เป็นได้นะ

ฤดูใบไม้ร่วง เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน อากาศเย็นสบายกำลังดี โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10 องศา แสงแดดกำลังอุ่น ไม่ร้อนเกินไป ช่วงนี้บรรยากาศอบอุ่นเต็มคู่รักที่พากันมาเดินเล่น มาถ่ายรูปตามสวนในตัวเมือง หรือหน้าพระราชวังต่างๆ บ้านเมืองจะสวยงามเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีต่างๆ อุณหภูมิจะลดลงไปเรื่อยๆ จนถึง -5 องศาในเดือนพฤศจิกายน และจะมีหิมะตกบ้าง

พระราชวังฤดูร้อน Peterhof อ่านว่า (เป-เตียร์-กอฟ) หรือพระราชวังฤดูร้อน สร้างโดยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ทรงย้ายเมืองหลวงมาที่ St.Petersburg และสร้างวังแห่งนี้ขึ้นที่ปากอ่าวติดทะเลบอลติก โดยระดมช่างมีฝีมือจากยุโรปมาออกแบบก่อสร้างเป็นศิลปะแบบผสมผสาน ทั้งคลาสสิก บาร็อก และเรเนซองส์ มีห้องรับรองที่วิจิตรโอ่อ่า มีสวนสวยกว้างใหญ่ และด้านหน้าของวังมีน้ำพุและรูปปั้นอันสลักสวยงาม เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ในบริเวณสวนยังมีน้ำพุอีกหลายจุด หากนับรวมกันมีจำนวนมากถึง 150 แห่ง

พระราชวังแคทเธอรีน ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1717 โดยพระนางแคทเธอรีนที่ 1 พระมเหสีของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ทรงประสงค์สร้างวังแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อน โดยมีการต่อเติม และตกแต่งใหม่ในหลายยุคหลายสมัย แต่พระราชวังก็ได้ถูกทำลายโดยกองทัพเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างมาก จึงต้องมีการระดมทุนเพื่อซ่อมแซมหลายทาง รวมทั้งการให้เช่าห้องแกรนด์ฮอลล์เพื่อจัดงานสำคัญๆ ซึ่งขอบอกว่าต้นไม้ในสวนของพระราชวังยามเปลี่ยนสีสวยงามมากจริงๆ

โบสถ์แห่งหยดเลือด โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ซึ่งถูกลอบปลงพระชนม์ในบริเวณที่สร้างโบสถ์นี้ขึ้น เนื่องจากพระองค์ได้ประกาศเลิกทาส จึงมีกลุ่มต่อต้านพระองค์ปาระเบิดใส่รถม้าพระที่นั่งขณะพระองค์เสด็จผ่าน บริเวณนี้เองจึงกลายเป็นโบสถ์หยดเลือดมาจนถึงทุกวันนี้ ตัวโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมรัสเซีย ใช้เวลาสร้างยาวนานกว่า 24 ปี จึงแล้วเสร็จ ภายในเต็มไปด้วยศิลปะอันวิจิตรตระการตา สวย เคลิ้ม มาก ค่ะ !! มีลวดลายของกระเบื้องโมเสกอันโด่งดังน่าประทับใจ

เที่ยว สุโขทัย จังหวัดที่เต็มไปด้วยวัด

เที่ยว สุโขทัย

เที่ยว สุโขทัย

เที่ยว สุโขทัย จังหวัดที่เต็มไปด้วยวัด – สุโขทัยเป็นหนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง ที่ทาง ททท. สนับสนุนให้เราได้ไปเที่ยวแล้วนำค่าอาหาร ค่าโรงแรมไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย ดังนั้นวันนี้เราจึงมี 10 ที่เที่ยวสุโขทัยมาฝากทุกคนกัน ไปนอนโรงแรมสุโขทัยดีๆ ใช้ชีวิตสัมผัสกับความเป็นไทย เก๋ไก๋ตามแบบฉบับเมืองรองที่จะสร้างความสุขแบบไม่เป็นรองใครเลย

วัดศรีชุม ตั้งอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นที่ประดิษฐานพระอัจนะ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่ว่ากันว่าเป็นพระพูดได้ โดยเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยกกองทัพไปปราบกบฏที่เมืองสวรรคโลก ก็ได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหารด้วยการให้ทหารนายหนึ่งปีนบันไดขึ้นไปทางด้านหลังขององค์พระและพูดให้กำลังใจแก่เหล่าทหารที่ต้องไปรบ จึงเป็นที่มาของ “พระพูดได้” นั่นเอง โดยวัดศรีชุมเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถไปชมความงามของวัดแห่งนี้และกราบไหว้ขอพรกันได้

วัดพระพายหลวง เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใกล้กับวัดศรีชุม เป็นวัดที่มีความสำคัญในเรื่องงานศิลปะปูนปั้น โดยภายในวัดมีพระปรางค์ 3 องค์ ที่สร้างด้วยศิลาแลง เป็นศิลปะยุคเดียวกับศิลปะเขมรแบบบายน บริเวณกลางวัดมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ปรักหักพังไปแล้ว รายล้อมด้วยเสา มีโบราณสถานภายในวัดมากมาย อาทิ วิหาร 5 ห้อง พระพุทธรูปปางลีลา พระวิหารศิลาแลง ฯลฯ หากเพื่อนๆ อยากไปย้อนวันวานดูความยิ่งใหญ่ของวัดที่ก่อตั้งก่อนอาณาจักรสุโขทัยก็สามารถไปกันที่วัดพระพายหลวงได้เลย

วัดมหาธาตุ เป็นวัดที่มีความโดดเด่นตรงที่มีคูน้ำล้อมรอบและมีเจดีย์ต่างๆ รายล้อมกว่า 200 องค์ เป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญประจำกรุงสุโขทัย โดยมีพระเจดีย์มหาธาตุ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์หรือทรงดอกบัวตูมเป็นเจดีย์ประธาน ตั้งเด่นเป็นสง่าพร้อมรายล้อมด้วยเจดีย์ 8 องค์บนฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นศิลปะเฉพาะแบบสุโขทัย นอกจากนั้นในบริเวณวัดยังมีวิหารและโบราณสถานมากมายให้เราได้ไปเรียนรู้ บรรยากาศภายในวัดค่อนข้างร่มรื่น โดยเฉพาะตอนเย็นๆ จะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกที่บอกเลยว่าสวยงามเป็นอย่างมาก

วัดช้างล้อม เป็นวัดที่มีช้างล้อมสมชื่อ เนื่องจากมีเจดีย์ทรงลังกาแล้วมีช้างปูนปั้นล้อมรอบ โดยช้างตั้งอยู่บนฐานประทักษิณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสทั้ง 4 ทิศ มีทั้งหมด 39 เชือก มีความหมายถึง โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ ซึ่งเป็นธรรมอันเป็นเครื่องหมายของการตรัสรู้ โดยตัวช้างจะเด่นกว่าช้างปูนปั้นที่วัดอื่นๆ คือยืนเต็มตัว แยกออกจากผนัง มีขนาดสูงใหญ่กว่าช้างจริง และด้านหน้ามีพุ่มดอกบัวปูนปั้นประดับไว้ด้วย

วัดเจดีย์เจ็ดแถว อยู่ตรงข้ามกับวัดช้างล้อม เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีเจดีย์ตามศิลปะสุโขทัยและศิลปะแบบศรีวิชัยผสมสุโขทัยอยู่อย่างมากมาย มีโบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานรูปดอกบัวตูมอยู่ด้านหลังพระวิหาร มีเจดีย์แบบต่างๆ จำนวน 33 องค์ โดยมีกำแพงแก้วล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิของพระราชวงศ์สุโขทัยด้วย

ทุ่งเสลี่ยมเป็นอำเภอเล็กๆ ใน จ.สุโขทัย เป็นชุมชนโบราณที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมล้านนาผสมอยู่ ในอำเภอแห่งนี้ยังคงมีธรรมชาติและอากาศที่บริสุทธิ์ มีทุ่งนาป่าเขาอันเขียวขจี เป็นอำเภอสุดสงบ ชาวบ้านประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรกันเสียส่วนใหญ่ ภายในอำเภอมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เราได้เที่ยวหลายแห่ง อาทิ วัดแม่ทุเลา ที่มีเจดีย์สีทองให้เราได้แวะเวียนไปสักการะ วัดพิพัฒน์มงคล ที่มีพระพุทธรูปทองคำหนัก 9 กิโลกรัม ประดิษฐานอยู่ ฯลฯ เป็นอีกหนึ่งอำเภอที่เพื่อนๆ ควรแวะไปสูดอากาศบริสุทธิ์กัน

เที่ยว ฉะเชิงเทรา เที่ยววัดไหว้พระ

เที่ยว ฉะเชิงเทรา 

เที่ยว ฉะเชิงเทรา เที่ยววัดไหว้พระ

เที่ยว ฉะเชิงเทรา เที่ยววัดไหว้พระ – ฉะเชิงเทราหรือที่เรารู้จักกันดีว่า “เมืองแปดริ้ว” เมืองท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ยังคงอบอวลด้วยวิถีชีวิตแห่งธรรมชาติ เรียบง่าย ท่ามกลางสายน้ำบางปะกง ที่เปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ ที่คอยทำหน้าที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตเหล่านี้ให้คงอยู่ ทั้งยังมากมายด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เที่ยวง่าย เดินทางก็สะดวก ทั้งวัดวาอาราม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ พร้อมให้คุณได้เข้าไปสัมผัส ว่าแล้วก็ไม่รอช้า…ออกตระเวนหาที่เที่ยวฉะเชิงเทราสักที่ แล้วไปเที่ยวพักผ่อนกันดีกว่า

วัดโสธรวรารามวรวิหาร วัดสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ “หลวงพ่อพุทธโสธร”พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวแปดริ้ว และคนต่างบ้านต่างเมืองมาแต่อดีตกาล สร้างขึ้นโดยฝีมือของช่างล้านช้าง เชื่อกันว่าพระพุทธรูปรูปองค์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ดลบันดาลให้พืชพันธุ์ธัญญาหาร อุดมสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ สำหรับสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะในส่วนของวิหารจำลอง เนื่องจากทางคณะกรรมการวัดมีมติให้รื้อพระอุโบสถหลังเก่า ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมและคับแคบ แล้วสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ พร้อมกับอัญเชิญพระพุทธโสธรองค์จำลองไปประดิษฐานไว้เพื่อเปิดให้ประชาชนได้นมัสการตามปกติ

ศาลหลักเมือง  ตั้งอยู่ที่ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2377 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และเพื่อคุ้มครองบ้านเมืองกับประชาชนให้พ้นจากภัยสงครามและภัยอันตรายทั้งปวง ภายในศาลมีเสาหลักเมือง 2 เสา เสาหนึ่งเป็นเสาหลักเมืองเก่า สร้างเมื่อ พ.ศ. 2377 อีกเสาหนึ่งเป็นเสาหลักเมืองปัจจุบัน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2438 ในแต่ละวันจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นจำนวนมาก

วัดสมานรัตนาราม  หรือเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยว “วัดพระพิฆเนศ” มีไฮไลต์อยู่ที่องค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข เนื้อองค์เป็นสีชมพู ทั้งยังเป็นพระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขึ้นชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมีผู้ใดมาขอพรก็มักจะสุขสมหวังได้ดังใจปรารถนา และภายใต้ฐานพระพิฆเนศ เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเกี่ยวกับพระพิฆเนศปางต่าง ๆ พร้อมทั้งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเช่าพระพิฆเนศไปบูชาที่บ้านได้อีกด้วย

วัดปากน้ำโจโล้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง อำเภอบางคล้า สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ครั้งเมื่อพระเจ้าตากสินนำทัพผ่านเพื่อไปตีเมืองจันทบุรี ปรากฏเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมโดดเด่นด้วยอุโบสถสีทองทั้งหลัง เสาเป็นงานปูนรูปยักษ์ ใบเสมาอยู่บนซุ้มสีทอง บันไดทางขึ้นเป็นรูปคชปักษา (หัวเป็นช้าง ลำตัวคล้ายกับนกและครุฑ) นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังทำเป็นทางให้นักท่องเที่ยวได้เดินลอดใต้ฐานพระประธานเพื่อความเป็นสิริมงคล

วัดชมโพธยาราม วัดเพียงแห่งเดียวในจังหวัดฉะเชิงเทราที่มีการก่อสร้างสังเวชนียสถานครบทั้ง 4 ตำบล เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะ โดยสังเวชนียสถานทั้ง 4 นั้นประกอบด้วย อุทยานลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า, พุทธคยาเจดียอันเป็นสถานที่ตรัสรู้, เจดีย์ปฐมเทศนา สถานที่แสดงธรรม และสุดท้ายคือสถานที่ปรินิพพาน สร้างเป็นอาคารโดมขนาดใหญ่ วัดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวัดน่าสนใจ สามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรูเรื่องราวประวัติองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เป็นอย่างดี

วัดเขาดิน เป็นวัดเพียงหนึ่งเดียวในอำเภอบางปะกงที่ตั้งอยู่บนภูเขาลูกเล็ก ๆ ทำให้วัดเขาดินนั้นรายล้อมด้วยธรรมชาติงดงามและทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกสบายใจสดชื่นทุกครั้งราวกับต้องมนต์อย่างน่าประหลาดใจ ภายในวัดแห่งนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ พระอุโบสถ งดงามด้วยภาพเขียนพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า, พระมหาธาตุเจดีย์เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนม์พรรษา ตั้งอยู่บนยอดเขาจึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจกันอย่างมากมาย, มณฑปเก่า มีการสันนิษฐานว่าเป็นอนุสรณ์สถานที่พักกองทัพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, อาคารยานภัณฑ์ศรัทธา เป็นประดิษฐานพระพุทธอภัยทานให้ประชาชนได้สักการะ ส่วนชั้นที่สองเป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อพุทธโสธรจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก และศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก เป็นศาลที่ศักดิ์สิทธิ์ชาวบางปะกงให้ความเคารพนับถือ