เที่ยว ฉะเชิงเทรา เที่ยววัดไหว้พระ

เที่ยว ฉะเชิงเทรา เที่ยววัดไหว้พระ – ฉะเชิงเทราหรือที่เรารู้จักกันดีว่า “เมืองแปดริ้ว” เมืองท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ยังคงอบอวลด้วยวิถีชีวิตแห่งธรรมชาติ เรียบง่าย ท่ามกลางสายน้ำบางปะกง ที่เปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ ที่คอยทำหน้าที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตเหล่านี้ให้คงอยู่ ทั้งยังมากมายด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เที่ยวง่าย เดินทางก็สะดวก ทั้งวัดวาอาราม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ พร้อมให้คุณได้เข้าไปสัมผัส ว่าแล้วก็ไม่รอช้า…ออกตระเวนหาที่เที่ยวฉะเชิงเทราสักที่ แล้วไปเที่ยวพักผ่อนกันดีกว่า

วัดโสธรวรารามวรวิหาร วัดสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ “หลวงพ่อพุทธโสธร”พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวแปดริ้ว และคนต่างบ้านต่างเมืองมาแต่อดีตกาล สร้างขึ้นโดยฝีมือของช่างล้านช้าง เชื่อกันว่าพระพุทธรูปรูปองค์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ดลบันดาลให้พืชพันธุ์ธัญญาหาร อุดมสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ สำหรับสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะในส่วนของวิหารจำลอง เนื่องจากทางคณะกรรมการวัดมีมติให้รื้อพระอุโบสถหลังเก่า ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมและคับแคบ แล้วสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ พร้อมกับอัญเชิญพระพุทธโสธรองค์จำลองไปประดิษฐานไว้เพื่อเปิดให้ประชาชนได้นมัสการตามปกติ

ศาลหลักเมือง  ตั้งอยู่ที่ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2377 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และเพื่อคุ้มครองบ้านเมืองกับประชาชนให้พ้นจากภัยสงครามและภัยอันตรายทั้งปวง ภายในศาลมีเสาหลักเมือง 2 เสา เสาหนึ่งเป็นเสาหลักเมืองเก่า สร้างเมื่อ พ.ศ. 2377 อีกเสาหนึ่งเป็นเสาหลักเมืองปัจจุบัน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2438 ในแต่ละวันจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นจำนวนมาก

วัดสมานรัตนาราม  หรือเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยว “วัดพระพิฆเนศ” มีไฮไลต์อยู่ที่องค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข เนื้อองค์เป็นสีชมพู ทั้งยังเป็นพระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขึ้นชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมีผู้ใดมาขอพรก็มักจะสุขสมหวังได้ดังใจปรารถนา และภายใต้ฐานพระพิฆเนศ เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเกี่ยวกับพระพิฆเนศปางต่าง ๆ พร้อมทั้งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเช่าพระพิฆเนศไปบูชาที่บ้านได้อีกด้วย

วัดปากน้ำโจโล้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง อำเภอบางคล้า สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ครั้งเมื่อพระเจ้าตากสินนำทัพผ่านเพื่อไปตีเมืองจันทบุรี ปรากฏเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมโดดเด่นด้วยอุโบสถสีทองทั้งหลัง เสาเป็นงานปูนรูปยักษ์ ใบเสมาอยู่บนซุ้มสีทอง บันไดทางขึ้นเป็นรูปคชปักษา (หัวเป็นช้าง ลำตัวคล้ายกับนกและครุฑ) นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังทำเป็นทางให้นักท่องเที่ยวได้เดินลอดใต้ฐานพระประธานเพื่อความเป็นสิริมงคล

วัดชมโพธยาราม วัดเพียงแห่งเดียวในจังหวัดฉะเชิงเทราที่มีการก่อสร้างสังเวชนียสถานครบทั้ง 4 ตำบล เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะ โดยสังเวชนียสถานทั้ง 4 นั้นประกอบด้วย อุทยานลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า, พุทธคยาเจดียอันเป็นสถานที่ตรัสรู้, เจดีย์ปฐมเทศนา สถานที่แสดงธรรม และสุดท้ายคือสถานที่ปรินิพพาน สร้างเป็นอาคารโดมขนาดใหญ่ วัดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวัดน่าสนใจ สามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรูเรื่องราวประวัติองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เป็นอย่างดี

วัดเขาดิน เป็นวัดเพียงหนึ่งเดียวในอำเภอบางปะกงที่ตั้งอยู่บนภูเขาลูกเล็ก ๆ ทำให้วัดเขาดินนั้นรายล้อมด้วยธรรมชาติงดงามและทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกสบายใจสดชื่นทุกครั้งราวกับต้องมนต์อย่างน่าประหลาดใจ ภายในวัดแห่งนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ พระอุโบสถ งดงามด้วยภาพเขียนพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า, พระมหาธาตุเจดีย์เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนม์พรรษา ตั้งอยู่บนยอดเขาจึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจกันอย่างมากมาย, มณฑปเก่า มีการสันนิษฐานว่าเป็นอนุสรณ์สถานที่พักกองทัพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, อาคารยานภัณฑ์ศรัทธา เป็นประดิษฐานพระพุทธอภัยทานให้ประชาชนได้สักการะ ส่วนชั้นที่สองเป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อพุทธโสธรจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก และศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก เป็นศาลที่ศักดิ์สิทธิ์ชาวบางปะกงให้ความเคารพนับถือ

Leave a Reply

*