เที่ยวภูเก็ต

เที่ยวภูเก็ต แบบชิลๆใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวทะเล เชื่อได้เลยว่าหลายๆ คนจะต้องมีภูเก็ตเป็นหนึ่งตัวเลือกในใจแน่นอน เพราะภูเก็ตนั้นเป็นไข่มุกแห่งอันดามัน มีสถานที่ท่องเที่ยวดีๆ เด็ดๆ มากมาย ทั้งทะเลก็สวยงาม วัฒนธรรมก็เป็นเอกลักษณ์ วันนี้ ทางเราจึงได้รวบรวมที่เที่ยวห้ามพลาดในภูเก็ตมาให้เพื่อนๆ ได้เลือกไปเที่ยวกัน ตามไปดูได้เลยค่ะ

พระพุทธมิ่งมลคลเอกนาคคีรี ภูเก็ต ที่แรกพอไปถึงภูเก็ตก็อยากจะพาเพื่อนๆ ไปไหว้พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรีหรือพระใหญ่แห่งเมืองภูเก็ตก่อนเลย พระใหญ่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขานาคเกิด เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ สามารถสังเกตุเห็นได้จากหลายจุดในภูเก็ต ผิวของพระพุทธรูปนั้นประดับด้วยหินอ่อนหยกขาวจากพม่า เป็นงานประณีตที่สวยงามมาก เพื่อนๆ นอกจากจะมาไหว้พระแล้วยังสามารถทำพิธีสะเดาะเคราะห์ได้ด้วยการแขวนกระดิ่งทองเหลืองได้อีกด้วย

แหลมพรหมเทพ แลนด์มาร์กของจังหวัดภูเก็ตที่ใครไม่มานั้นถือว่ามาไม่ถึงภูเก็ต เพราะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่เขาว่ากันว่าสวยที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียว แหลมพรหมเทพมีลักษณะเป็นแหลมโค้งทอดตัวลงสู่ทะเล สามารถเดินลงไปที่ปลายแหลมได้  เมื่อไปถึงตรงปลายแหลมจะสามารถมองเห็นวิวด้านซ้ายเป็นหาดในยะ ส่วนด้านขวาก็จะเป็นชายหาดในหานสวยงามมากทีเดียว นอกจากตัวแหลมแล้ว เพื่อนๆ ยังสามารถไปดูประภาคารกาญจนาภิเษก ซึ่งภายในจะมีนิทรรศการเกี่ยวกับการสร้างประภาคารอยู่ด้วย

จุดชมวิวกะรนหรือมีอีกชื่อหนึ่งว่าจุดชมวิวสามอ่าว เป็นจุดชมวิวบนเนินเขาซึ่งชื่อเล่นนั้นก็มาจากการที่เพื่อนๆ สามารถมองเห็นอ่าว เห็นชายหาดได้ถึง 3 หาดจากจุดชมวิวนี้ทั้งหาดกะตะน้อย กะตะ และกะรน นอกจากนั้นยังสามารถมองเห็นน้ำทะเลไล่โทนสีอีกด้วย สวยงามมากทีเดียว

ภูเก็ตแฟนตาซี ธีมปาร์ควัฒนธรรมไทยแห่งแรกของโลก ซึ่งมีหลายจุดน่าสนใจทั้งภูผาพิศวง จำลองเขาตะปูของอ่าวพังงา หมู่บ้านพรรษา ที่มีสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์หลายรูปแบบ มีร้านขายของที่ระลึกมากมายให้เพื่อนๆ ได้เลือกซื้อกัน และที่พลาดไม่ได้คือการชมการแสดงชุดมหัศจรรย์กมลาที่เป็นการแสดงที่ใช้งบลงทุนทั้งในโชว์และในโรงละครวังไอยราสูงถึง 1,500 ล้านบาท จะอลังกาลแค่ไหนเพื่อนๆ ต้องไปดูให้เห็นกับตา

ชิโนโปรตุกีส ย่านเมืองเก่าภูเก็ต อีกหนึ่งกิจกรรมห้ามพลาดเมื่อไปเที่ยวภูเก็ตก็คือการเดินเที่ยวชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่สไตล์ชิโนโปรตุกีสในย่านเมืองเก่าของภูเก็ตนั่นเอง ซึ่งตึกเหล่านี้ถูกสร้างในสมัยที่ชาวจีนและชาวตะวันตกหลั่งไหลเข้ามาในภูเก็ตเพื่อทำเหมืองแร่ ทำให้เกิดเป็นตึกที่มีการผสมผสานทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว อาคารสวยๆ ที่ควรไปก็มีมากมาย และที่ห้ามพลาดคือไปถ่ายรูปกับหอนาฬิกาที่ตั้งตระหง่านสวยงามนั่นเอง โดยย่านเมืองเก่านี้จะสวยงามทั้งกลางวันและกลางคืนเลย หากใครอยากจะมาลองเดินชมใกล้ๆ เวลากลางคืนก็สามารถมาในวันอาทิตย์ที่มีหลาดใหญ่ (ถนนคนเดิน) ก็ได้เช่นกัน

หาดป่าตอง ชายหาดที่มีชื่อเสียงมากและเป็นสถานที่เที่ยวในภูเก็ต ซึ่งเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเยอะแยะมากมายตลอดทั้งปี นอกจากทะเลแล้วยังมีร้านอาหาร ร้านขายของต่างๆ มากมาย เพื่อนๆ สามารถเดินเที่ยวในป่าตองได้ 24 ชั่วโมงเลย หากมาหาดป่าตองจะนอนชายหาดมองฟ้ามองน้ำเฉยๆ ก็คงจะธรรมดาไป ต้องลองทำกิจกรรมทางน้ำให้ครบ ทั้งเจ็ตสกี พาราชู้ต เล่นกีฬาทางน้ำกันเหนื่อยๆ ก็ไปตะลุยหาร้านเด็ดร้านดังกันต่อ รับรองป่าตองไม่มีทางน่าเบื่อ

แต่ก่อนจะไปเที่ยวเราต้องมาว่างแผนก่อนนะว่าจะไปนอนที่ไหนเที่ยวที่ไหนวันไหน  และอาจทำให้หลายๆ คนประสบปัญหาในการจัดกระเป๋า ไม่ว่าจะลืมโน่นลืมนี่ จำได้ว่าเอามาแล้วแต่หาไม่เจอจนเกือบจบทริป หรือไม่ก็ต้องไปเครียดกลางทางเพราะชุดที่เอาไปใส่แล้วไม่เข้ากัน จะถ่ายรูปหมู่หรือเซลฟี่ก็ไม่มั่นใจเอาเสียเลย เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner ชวนคุณเที่ยวหน้าร้อนแบบนอนใจ ด้วยเทคนิคการจัดกระเป๋าเดินทางที่จะช่วยให้การไปทะเลของคุณง่ายขึ้นกับ 6 เทคนิคง่ายๆ จากกูรูด้านการท่องเที่ยวของเรา

1. วางแผนก่อนว่าจะไปที่ไหน ทำอะไรบ้าง

อย่างแรกเลย ให้คุณวางแผนการท่องเที่ยวในแต่ละวัน แล้วลองจดออกมาเป็นบุลเล็ตคร่าวๆ ตัวอย่าง เช่น

  • วันที่ 1 นั่งรถเที่ยวรอบเกาะ แล้วปาร์ตี้แคมป์ไฟ
  • วันที่ 2 ออกไปดำน้ำ
  • วันที่ 3 เล่นน้ำหน้าหาด แล้วนั่งเรือไปชมพระอาทิตย์ตกดิน
  • วันที่ 4 ถ่ายรูปรอบที่พักแล้วนั่งเรือกลับ

2. เขียนรายการของที่ต้องใช้ในแต่ละกิจกรรม

หลังจากวางแผนว่าแต่ละวันจะมีกิจกรรมเรียบร้อยแล้ว ให้คุณลิซออกมาว่าตอนที่ทำกิจกรรมนั้นๆ คุณจะจำเป็นต้องใช้อะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น

  • นั่งรถเที่ยวรอบเกาะ: หมวก แว่นตากันแดด ครีมกันแดด
  • ปาร์ตี้แคมป์ไฟ: กางเกงขาสั้น เสื้อยืด รองเท้าแตะ และยาทากันยุง

3. จัดของลงกระเป๋าตามลำดับ

หลังจากเตรียมของตามลิซที่ทำไว้ในข้อ 2 โดยจัดเสื้อผ้าชุดที่จะใช้ทีหลังไว้ก้นกระเป๋า ชุดที่ใช้ก่อนไว้บนๆ ข้อนี้ดูยุ่งยากแต่สำคัญเพราะจะช่วยให้คุณไม่ต้องรื้อกระเป๋ากระจุยกระจายเพื่อหาชุดที่ต้องการใช้ โดยเฉพาะหากมีการย้ายโรงแรมมากกว่า 1 แห่งในทริปเดียวกัน

4. เลือกช่องในกระเป๋าเพื่อใส่ของกระจุกกระจิก

การจัดวางของประเภทเดียวกันไว้ด้วยกันหากกระเป๋าคุณมีช่องเล็กช่องน้อย หรือ ใส่กระเป๋าเล็กแยกไว้ก่อน แล้วค่อยนำกระเป๋าเล็กใส่ในกระเป๋าใหญ่อีกที จะทำให้หาง่ายและทุกครั้งที่หยิบออกมาใช้ให้ใส่กลับเข้าไปในช่องเดิมเพื่อจะหาได้ง่ายในครั้งต่อไป รายการสิ่งของที่คุณควรแยกไว้ (ลองใช้ลิซนี้ของเราเพื่อเตือนความจำเวลาจัดกระเป๋าได้ค่ะ) ได้แก่

  • ที่ชาร์จอุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์ เช่น ที่ชาร์จมือถือ ที่ชาร์จ iPad/Tablet ที่ชาร์จ Notebook ที่ชาร์จกล้องดิจิตอล และ ปลั๊กสามตาเล็กๆ อันหลังสุดนี่เป็นของจำเป็นถ้าคุณมีมากกว่า 2 อุปกรณ์ อย่าลืมว่าบางโรงแรมมีปลั๊กที่กำแพงแค่ช่องเดียว หรือสองช่อง แล้วเพื่อนร่วมทริปที่แชร์ห้องกับคุณเขาก็มีอุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์เหมือนๆ กัน ดังนั้นมีปลั๊กสามตาไว้เป็นของตัวเองจะสะดวกกว่า ไม่ต้องไปแย่งช่องชาร์จไฟกับใคร
  • ของใช้ในห้องน้ำ เช่น แชมพู สบู่ โฟมล้างหน้า ครีมกันแดด โรลออน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน หวี อันนี้ แนะนำให้คุณซื้อใหม่มาใส่กระเป๋าเล็กๆ และเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทางตลอดเวลาเลย อย่าหยิบของที่บ้านมาใส่ (หลายคนรอใส่แปรงสีฟันลงกระเป๋าเป็นอย่างสุดท้าย แต่แล้วก็มักจะลืม) ถ้าคุณมีกระเป๋าของใช้ติดอยู่ในกระเป๋าเดินทางตลอดเวลา ทริปต่อไปก็ง่าย แค่ใส่เสื้อผ้าลงกระเป๋า ไม่ต้องมาพะวงของใช้ในห้องน้ำอีก แต่อย่าลืมคอยเติมเวลาที่ของหมดด้วยนะคะ
  • สเบียง เช่น มาม่า ปลากระป๋อง ขนมขบเคี้ยว ลูกอม (ถ้ามี)
  • รองเท้า เช่น รองเท้าแตะ รองเท้าผ้าใบ
  • ชุดชั้นใน ถ้าคุณต้องรื้อกระเป๋าเพื่อหากางเกงในสักตัวต่อหน้าเพื่อนๆ ทั้งแก๊งค์คงไม่สนุกแน่นอน แยกไว้ให้หาง่ายๆ หยิบได่สะดวกเลยจะดีกว่า อันนี้ไม่เฉพาะสาวๆ แต่หนุ่มๆ ก็ทำได้นะคะ
  • ถุงพลาสติก ควรมีถุงพลาสติกสะอาดติดไว้ในกระเป๋าเดินทางอย่างน้อยสองใบ เพื่อใส่ชุดว่ายน้ำ หรือ เสื้อผ้าเปียก เชื่อเถอะว่าเวลาไปทะเล คุณได้ใช้มันแน่นอน

5. แยกเสื้อผ้าใช้แล้วด้วยถุงพลาสติกใบโตๆ หรือ ถุง Laundry (ที่ขอจากโรงแรมได้)

คุณควรมีถุงพลาสติกติดกระเป๋าไว้ 2 ถุง เพื่อเอาไว้ใส่เสื้อผ้าใช้แล้ว โดยแยกเป็นผ้าขาวและผ้าสี จะทำให้เสื้อผ้าที่ใส่แล้วไม่ไปปะปนกับเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ใส่ พอจะหยิบเสื้อผ้าใส่ก็จะง่าย ไม่ต้องรื้อค้นจนกระเป๋าเละกว่าจะเจอ แล้วเสื้อผ้าใหม่ก็จะหอมสะอาด ไม่ติดกลิ่นเหงื่อจากเสื้อผ้าเก่าที่เราใส่ไว้รวมกัน และพอกลับถึงบ้าน คนที่ซักผ้าเองก็แค่โยนผ้าในถุงที่เราแยกไว้แล้วลงเครื่องซักผ้า หรือถ้ามีคนซักให้ คนซักก็จะรักคุณขึ้นอีกเยอะเพราะไม่ต้องมารื้อแยกสีผ้าเน่าที่เราหมกไว้หลายวัน ลองทำกันดูนะคะ

6. สิ่งที่ขาดไม่ได้แต่เรามักจะลืมไปก็คือ…

ทุกครั้งที่ไปเที่ยว ยาสามัญประจำบ้าน เป็นของสำคัญที่หลายๆคนมักจะลืม ขอแนะนำให้ให้หากระเป๋ายาเล็กๆ ใส่ติดไว้ในกระเป๋าเดินทางตลอดเวลาจะช่วยได้มาก (จัดหนเดียว ใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทางไม่ต้องเอาออก ทริปต่อไปก็สบายแล้ว) ยาที่สำคัญและควรเอาไปในทุกทริปได้แก่

  • ยาแก้ปวดหัว ตระกูลพาราฯ
  • ยาแก้ท้องเสีย
  • ยาแก้เมาเรือ
  • ยาแก้แพ้
  • ยาหม่อง
  • ยาใส่แผลสด
  • พลาสเตอร์ยา
  • ยาทากันยุง

อย่าลืมว่ายาทุกชนิด หากเป็นยาน้ำควรมีขนาดไม่เกิน 100 มล. เพื่อที่จะขึ้นเครื่องบินได้ด้วย ถึงทริปนี้คุณอาจจะนั่งรถไป แต่จะต้องมาลำบากเปลี่ยนขวดยาทำไมถ้าทริปหน้าคุณจะบิน เตรียมหนเดียวใส่กระเป๋าเดินทางไว้แล้วไปได้ทุกทริปสะดวกกว่ากันเยอะ

และสำหรับทริปเที่ยวทะเล ขอแนะนำเป็นพิเศษให้นำน้ำส้มสายชูขวดเล็กๆ หรือ เทแบ่งใส่ขวดแก้วเล็กๆ ติดกระเป๋ายาไปด้วย หากไปจ๊ะเอ๋สัมผัสถูกแมงกะพรุนไฟ ให้รีบราดบริเวณที่โดนด้วยน้ำส้มสายชูทันทีจะช่วยบรรเทาอาการได้มาก

เพียงเท่านี้คุณก็จะเที่ยวหน้าร้อนได้อย่างสบายใจไร้กังวลแล้ว ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้กันดูนะคะ

Leave a Reply

*